2007/Apr/19

"ให้เธอรับรู้ว่าฉันรักเธอเหมือนเพื่อน ฉันคงได้เพื่อนที่ดีมา 1 คน
แต่หากให้เธอรู้ว่าความรู้สึกฉันมันยิ่งกว่า ฉันคงไม่ได้อะไรกลับมาเลย"

ก็คนมันเพ้อน่ะเฮ้

ปล. เมื่อวันพุธที่ผ่านมาไปดูหนังรอบสื่อที่ สยามดิสฯ เจอคนทักชนิดที่อยากบีบคอให้ตายตรงนั้นเลย ก็พี่ท่านดันทักว่า "ใช่ม่อน แฟนตั้มหรือเปล่าครับ" โอ้ย...จอร์จจจจ คนที่ฉันมาด้วยมันใช่ตั้มหรือเปล่าล่ะเฮ้.... ถามแบบนี้เซ็งกิ๊กนะคะ มิ้ง~ มิ้ง~

2007/Apr/17

โอ้เย่... กลับมาถึงกทม. สดๆ ร้อนๆ เมื่อเย็นนี้ ปีนี้ช่างเป็นสงกรานต์ที่ได้ใช้ชีวิตแบบสงบเสงี่ยมเรียบง่ายสุดๆ

สิ่งที่ได้ทำในช่วงหยุดสงกรานต์
โผล่หัวกลับไปนอนค้างที่บ้านแม่ที่สัตหีบ : ช่วง 3 ปีที่แล้วดูห่างเหินกับครอบครัวอย่างรุนแรง ช่วงนี้หากว่างก็ต้องไปหาแม่ที่สัตหีบบ้าง กลับไปนอนบ้านที่ ปอผาสุขบ้างเป็นครั้งคราว
ทำบุญ ตักบาตร ฟังพระเทศน์: อร๊างงง ดูเป็นคนเรียบร้อยมากเลยนะเนี่ย ถ่ายรูปเจดีย์ทรายมาด้วย มันสวยดี
อาบน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ : ห่างหายเรื่องพวกนี้ไปเกือบ6 ปี เพิ่งกลับมาทำก็ปีนี้แหละ
เดินเล่นที่ชายทะเล : โรแมนติคโครตๆ ทะเลงี้เต็มไปด้วยคน ทำเอาไม่อยากลงไปเล่นเลยล่ะ ไม่รู้จะเอาตัวเองไปสถิติที่ตารางเมตรไหนในทะเลดี อยากจะถ่ายรูปไว้เหมือนกันนะ แต่ไม่กล้าเอามือถือไปด้วย ก็เล่นสาดน้ำกันเยอะแบบนั้น ไม่กล้าเสี่ยงจริงๆ

สิ่งที่ไม่ได้ทำ
ไม่ได้ออกไปเล่นน้ำที่พัทยา คนมันเยอะ + รู้สึกว่าตัวเองเริ่มแก่แล้วเลยไม่ค่อย Want เท่าไหร่

การกลับไปครั้งนี้ ม่อนไม่ได้แวะไปหาคนคนหนึ่ง คนที่อยู่ที่สัตหีบเสมอไม่เคยไปไหน คนที่เป็นคนรักษาแผลใจจากการอกหักครั้งแรก คนที่สอนให้เรารู้จักกับความรักอีกรูปแบบคนที่ทำให้เราโกหกเป็น คนที่สอนให้เรารู้จักมารยาหญิง สอนให้รู้จักสู้กับความเจ็บปวดจากความรัก สอนให้รู้จักต่อสู้กับความเป็นจริงที่โหดร้ายเสมอ และเค้าเป็นคนที่เปลี่ยนให้ผู้หญิงอ่อนแอ อ่อนไหวคนนี้กลายเป็นคนที่เข้มแข็งขึ้นกว่าเดิมมากมาย ที่ครั้งนี้ไม่ได้กลับไปหาเค้าเพราะกลัวว่ามันจะเป็นการจากกันแบบเดิมๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายๆ ครั้ง เริ่มจากความห่วงหาเมื่อเจอหน้าความรักที่เพิ่มพูนขึ้นทั้งๆ ที่หัวใจพยายามหยุดมันไว้ ความรู้สึกผิดที่ต้องหักหลังใครบางคน ความรู้สึกเจ็บปวดที่ต่างคนต่างก็รู้ว่าเราไม่มีวันได้อยู่ด้วยกัน ม่อนกลับมาอยู่ที่ กทม. หลังจากเรียนจบ ตอนนี้ก็ 4-5 ปีเข้าไปแล้ว ทำไมเค้าไม่แต่งงานไปสักที ทำไมต้องทำเหมือนให้ความหวังด้วยนะ ถ้าเค้าแต่งงานไปซะ การที่เราเจอหน้ากันอีกครั้งมันอาจจะง่ายกว่านี้ก็ได้ แต่ช่างเถอะ นับตั้งแต่วันที่ฉันเดินจากมาด้วยทิฐิของตัวเอง ฉันก็ไม่คิดว่าเราจะได้กลับไปเป็นเหมือนเดิม

ปีนี้ทำงานกับทาง Future Gamer (แบบพนักงานประจำหลังจากที่ฟรีแลนซ์มานานมาก) ฉันก็ได้หยุดในวันสงกรานต์แบบชาวบ้านเค้าสักที วันหยุดในปีนี้นับว่ายาวนานมาก หลังจากที่ไม่เคยหยุดติดกันเกิน 2 วันมา 3 ปีแล้ว เพราะงานที่เก่าไม่เคยเอื้ออำนวยให้หยุดยาวไปมากกว่า 2 วัน การได้หยุดยาวๆ แบบนี้ทำให้คิดอะไรได้อีกหลายๆ อย่าง และบางทีอาจจะเป็นเพราะชีวิตใน กทม. มันอ้างว้างเกินไป ทำให้ช่วงที่อยู่บ้านที่สัตหีบ ฉันรู้จึงรู้สึกโหยหาและอยากกลับไปอยู่ที่นั่นเหมือนสมัยเรียนเหลือเกิน แต่หลังจากที่คิดแบบบนี้ได้ไม่ถึง 24 ชม. ก็มีเหตุทำให้ต้องเปลี่ยนใจใหม่ชนิดที่กลับตัวแทบไม่ทัน ก็สิ่งหนึ่งที่ฉันลืมไปเสียสนิทคือ เพื่อนบ้านแถวนั้นมีมารยาทเยอะชนิดที่มองแทบไม่เห็น

หากเป็นม่อนจอมเลือดร้อนลุยดะไม่ไว้หน้าใครแบบสมัยเรียน ฉันคงออกไปตะโกนด่าว่า "เปิดเพลงเบาแบบนี้ กลัวบรรพบุรุษไม่ลุกขึ้นมาเต้นหรือไง" ไปเรียบร้อยโรงเรียนจีนแล้ว แต่ด้วยความที่โตเป็นผู้ใหญ่กว่าเมื่อก่อน ถึงแม้เพลงที่เปิดมันจะดังจนกระจกสั่นบ้านสะเทือน ฉันก็ทำแค่เปิดประตูบ้านออกไปพร้อมกับบอกว่า "เสียงดังเกินไปหรือเปล่าคะ ไม่ได้ยินเสียง TV เลย ลดความดังลงสักนิดได้ไหม?" บรรดาเพื่อนบ้านที่มีเส้นผมสีขาวแซมไปแล้วกว่าครึ่งหัวจึงย้ายก้นออกจากที่นั่งแล้วเดินไปเบาเพลงลง ฉันจึงยิ้มแล้วตอบไปว่า "ขอบคุณค่ะ" แต่หลังจากนั้นไม่ถึง 10 นาที เสียงเพลงกลับไปดังเท่าเดิมอีกครั้ง ฉันได้แต่คิดในใจว่า "ให้ตายสิ บางครั้งคำว่ามารยาท กับเกรงใจของคนบางคน มันก็ถูกกลบฝังไปเรียบร้อยแล้วนะเนี่ย"

อยากจะบอกให้พวกเพื่อนบ้านรู้เสียจริงๆ ว่า "เนื่องด้วยรสนิยมทางดนตรีของคนเราไม่เหมือนกัน จึงไม่จำเป็นต้องเผื่อแผ่ใคร" เสียจริงๆ แต่เอาเถอะ ถือว่าเป็นการฝึกความอดทนไปในตัว เล่นเจอแบบนี้ทำเอาคิดถึงห้องพักแสนสงบสุขแทบขาดใจเลยจริงๆ

ปล. เสียดายจริงๆ ที่อดเล่นสาดน้ำในบลอคเลย เพราะช่วงนั้นไม่อยู่ที่ กทม.

2007/Feb/05

เปิดแบบทดสอบ Funtest มาเกือบๆ ครึ่งเดือนแล้ว แต่ก็ยังมีคนทำคะแนนไว้สูงสุดที่ 52 เท่านั้นยังไม่มีใครแซงสักกะที หลายๆ คนก็บอกว่า "เฉลยได้แล้วป้า" - -* ชิชิ ใช่สิ ปีนี้ 24 แล้วนี่ เกินเลข 2 มาแค่ไม่กี่ปีก็เรียกป้าซะแระ เฮ้อ น้อยใจจริ๊ง.....

เอาล่ะๆ มาเฉลยกันดีกว่า ว่าคำถามไหนตอบว่าอะไรบ้าง

http://numonz.funtest.biz

1. นู๋ม่อนชื่อนี้ฉันได้แต่ใดมา
- ชื่อเล่น + ตอนตั้งยังเด็กอยู่
ก็ชื่อนี้ใช้ตั้งแต่ตอนเล่นเกมสมัยแรกๆ โน้นเลย สมัยอายุ 15 ได้มั้ง ตั้งแต่เกมออนไลน์ยังไม่เข้าบ้านเรา เล่น Half Life เล่น Age of Empire II อะไรประมาณนั้นแหละ

2. ม่อนทำงานอะไร
- นักเขียน
โห ข้อนี้ใครตอบไม่ได้นี่เคืองสุดๆ เลยนะขอบอก - -*

3. เกมแรกที่เขียนในหนังสือเกมอะไร
- แฟรี่แลนด์
ช่วงนั้นหนีจาก N-age มาซบอกเกมน่ารักๆ อย่างแฟรี่แลนด์ และแล้วก็มีคนมาชวนไปทำงาน ก็เลยเขียนเกมนี้เป็นเกมแรกนั่นแหละ คอลัมน์แรกที่เขียนเป็นคอลัมน์เกี่ยวกับอาชีพแม่ค้าอิอิ คนมันงกก็งี้แหละ ชอบอาชีพได้เงินเยอะๆ เป็นพิเศษ ตอนที่เขียนเกมนี้ก็มีคำติดปากเอาไว้ลงท้ายประโยคว่า งุงิ กับเมี๊ยวๆ

4. เปิดตัวเป็นนักเขียนที่หนังสืออะไร
- คอมพ์เกมเมอร์นิวส์
ก็คนที่มาชวนก็เป็นคนในคอมพ์เกมเมอร์นี่แหละ ก่อนหน้านั้นก็เคยมีรูปลงหนังสืออยู่ เป็นรูปตอนแต่งงานกับกิ๊กในเกม N-Age

5. นู๋ม่อน เป็นมนุษย์เพศใด
- ผู้หญิง
แว๊กกกก ก็ต้องผู้หญิงสิคะ - -*

6. เกมใดที่เป็นเกมขวัญใจของนู๋ม่อน
- ข้อนี้ไม่ได้มีคำตอบเดียวที่ได้คะแนน แต่มีถึง 3 คำตอบที่เป็นคำตอบที่ถูกต้อง คือ Mabinogi WOW และ Talesweaver
ทั้งสามเกมนี้เป็นเกมที่ม่อนชอบมากที่สุด และยังไม่มีเกมใดมาทำลายสถิติความชอบนี้ลงได้เลย ทำไมน่ะเหรอ???? อิอิ อันนี้ไม่บอกหรอก ต้องลองเล่นกันดูเอง แล้วจะเข้าใจ

7. ตอนนี้นู๋ม่อนมีแฟนแล้วหรือยัง
- มี
อิอิ มีแล้วจ้า มีคนเดียวด้วย ไม่ใช่มีหลายคน แฟนคนนี้เรารู้จักกันมา 4 ปีแล้วล่ะ แต่ตอนนี้ก็ยังไม่นับว่าเป็นแฟนเต็มตัวเท่าไหร่นะ ก็ถ้าอยากมาขอแต่งงานก็ต้องมั่นคงกว่านี้ก่อนล่ะ

8.นามปากกาแรกที่ใช้คืออะไร
- NuMonChan
นามปากนี้ผสมผสานแบบไม่ได้ตั้งใจ ก็ตอนแรกที่ใช้เล่นเกมจะเป็น NuMon แต่ด้วยความที่มันดูห้วนๆ สั้นๆ เลยเติม Chan ลงไป ไอเดียเติม Chan มาจาก Arachan หรือที่รู้จักกันในนามของน้องขิง นั่นเองจ้า ส่วนหลังๆ มานี้จะใช้ชื่อ นู๋ม่อน ตรงๆ มากกว่าที่จะใช้ภาษาอังกฤษ และในเกมต่างประเทศส่วนมากจะใช้ NuMonz เพราะว่ามันต้องเติม ID 6 ตัวอย่างต่ำอ่ะ เอิ๊กๆ

9. นู๋ม่อนรักบอร์ดใดมากที่สุด
- ซังกะบ๊วย
บอร์ดนี้เป็นบอร์ดใต้ดิน ที่เล่นแล้วขำท้องคัดท้องแข็งตลอด ถึงจะด่ากันแต่ก็เอาฮามากกว่าด่ากันแรงๆ ส่วนคำด่าแต่ละคำเนี่ย ก็ฮาซะไม่มีอ่ะ แถมคนส่วนมากจริงใจกว่าบอร์ดบางบอร์ดที่ขยันเฟคใส่หน้ากากให้ตัวเองดูดีเยอะเลย

10. เคยสร้างกิลด์ฟลิฟฟ์ครั้งแรกชื่อ?
- FreeSoul
จ้า ตั้งแต่สมัยยังแยกเซิร์ฟเป็น Lawolf Demain Pukepuke โน้น FreeSoul จะเป็นเซิร์ฟเวอร์ใน Demain ประกอบไปด้วยสมาชิกรุ่นแรก 6 คนคือ ม่อน ป๋าฟรี (Freonil) วอส (Vozz) ปูบ้า (ขนมจีบ) ตาหม้อ (Potter) คนสุดท้ายนี่จำชื่อไม่ได้จริงๆ ว่าคือใคร - -* ไม่แน่ใจว่า คานะไงล่ะ หรือเปล่า ส่วน SoulBlaze เป็นชื่อกิลด์ใน SealOnline ส่วน PandaGangster เป็นชื่อกิลด์ปัจจุบันในฟลิฟฟ์ ที่ตั้งหลังจากโดนรวมเซิร์ฟเวอร์แล้ว ที่มาของชื่อก็เพราะว่าพวกที่อยู่กิลด์นี้มีแต่พวกนอนดึก ขอบตาดำเป็นแพนด้าน่ะสิ อิอิ

11. ทำไมต้องมีคำถาม 11 ข้อ
- 11 เป็นลักกี้นัมเบอร์
เลข 11 เริ่มต้นมาจากเมื่อก่อนเล่นบาส และบ้าสแลมดั้งค์มาก เบอร์ 11 เป็นเบอร์ของรุคาว่าด้วยความชอบรุคาว่าเป็นทุนเดิม มาประจวบเหมาะกับความคิดที่ว่า เป็นที่ 1 คนเดียวคงเหงาตายชัก เลยชอบ 11 ที่มี ที่ 1 สองคนมากกว่า แล้วหลังจากนั้นมาเวลาเล่นบาสก็ยึดเสื้อเบอร์ 11 มาครอง แถมยังได้เลขที่นั่งสอบ 11 รวมถึงครั้งอื่นๆ ที่เลข 11 นำโชคมาให้เสมอๆ ล่าสุดก็ตอนที่ไปดูหนังเรื่อง The Holiday นั่งที่ D11 ก็ได้รางวัลมาจากที่นั่งนั้นแหละ

เรื่องมันก็เป็นเช่นนี้แล .....

ปล. คนที่ใช้ชื่อ Korandus แล้วได้คะแนน 52 เป็นคะแนนสูงสุด คือ แฟนม่อนเอง กรั่กๆๆๆๆ แบบนี้สิรักกันจริง



นู๋ม่อน
View full profile